วั
นนี้ไปเดินร้านของเก่ามือสองมา ด้วยความที่คิดถึงตลาดนัดบ้านเรา แถว แถวสีลม อย่างซอยละลายทรัพย์ ที่มีของราคาถูกเรียงรายละลานตา บางทีต้องเดินเบียดเสียดกับผู้คนมากมาย บนถนนเส้นทางเดียวกัน ซึ่งไม่รู้ว่ามีสักกี่รอยเท้าที่เหยียบย่ำอยู่บนเส้นทางเดียวกัน อาจมีบางรอยเท้าที่ทับซ้อนกันอยู่โดยที่แม้แต่ เจ้าของรอยเท้าเดิมก็อาจไม่มีวันรู้ กลิ่นไอ ของเมืองไทยยังอบอวลอยู่ในความรู้สึกอย่างไม่เคยจืดจาง ไม่เคยคิดว่าตัวเองจะคิดถึงเมืองไทยได้ขนาดนี้ อาจเป็นเพราะไม่ได้เดินตลาดนัดที่มักจะหาเวลาแวบไปเดินอยู่บ่อยๆเพิ่งจะรู้ว่า ไม่ว่าฝรั่งหรือคนไทยก็ชอบของดี ราคาถูกเหมือนกันวันนี้ก็เลยลองขับรถออกไปร้านที่มองมาหลายวันแล้ว หลายเดือนต่างหากไม่ใช่หลายวันเนื่องจากก็ยังกล้าๆ กลัว กับการขับรถที่นี่ซึ่งถนนก็เป็นคนละด้านกับบ้านเรา ตรงที่นั่งคนขับก็เป็นฝั่งซ้าย ขับรถวันแรกที่อเมริกา ทำให้เรารู้สึกตื่นเต้นไม่น้อย ทั้งที่ขับรถยนต์มาก็หลายปีในไทย แต่เรากลับประหม่าอย่างแรง เหมือนคนไม่เคยขับรถมาก่อน พอถึงทางแยก งงทุกทีไม่รู้ว่าตัวเองจะไปทางไหนดี ต้องคอยนึกตลอดว่า เราขับเลนขวามือนะ เกิดขับเข้าไปผิดเลน ตายเลย แต่ตอนนี้เริ่มคล่องและมั่นใจมากขึ้น
กลับมาพูดถึงร้านขายของเก่า หลังจากหาที่จอดรถเต่าสีเทาเข้มซึ่งฝรั่งที่นี่เขาเรียกว่า เดอะบั๊ก จอดแล้ว ก็เดินเข้าไปในร้านที่ค่อนข้างจะไม่ใหญ่โตนัก มีผู้หญิงฝรั่งค่อนข้างมีอายุ สองสามคนนั่งอยู่ด้านในสุดของร้าน แล้วก็มีอีกสามสี่คนเดินวนเวียนอยู่ในร้าน ทำให้เรารู้สึกว่าฝรั่งก็ชอบของราคาถูกเหมือนกัน ร้านนี้มีถ้วยชามแก้ว ดูค่อนข้างหรูแอนทิค แต่ราคาถูกมาก แค่ สอง สามดอลลาร์ ทำให้คนชอบของเก่าอย่างเราน้ำลายหก แต่ก็ไม่ได้ซื้อด้วยความที่ ที่บ้านมีอยู่ค่อนข้างที่จะเยอะแล้ว ก็เลยเดินวนเวียนอยู่ในร้านสักพัก หันไปเจอหนังสือสำหรับเด็ก ราคาแค่ ยี่สิบเซ็น เป็นหนังสือนิทานสีสันสดใส กระดาษอาบมันอย่างดี ก็เลยลองนั่งยองๆกับพื้นเลือกดู ใจก็นึกถึงหลานที่อยู่ในไทย สุดท้ายได้มาสี่เล่ม ทั้งที่ตอนมาแรกๆ หมดเงินไปกับหนังสือเยอะมาก ตอนนี้เริ่มรู้แล้วว่าจะต้องซื้อของอย่างไรที่ไหน เวลาที่บ้านเราเซล ยังไงก็ราคาไม่ถูกมาก แต่ที่อเมริกา เวลาเขาเซลนี่คือของดีแต่ราคาถูกจริงจริง หลังจากเดินวนเวียนในร้านแรก แล้วก็กลับมาที่รถพร้อมกับหนังสือสี่เล่มที่ถูกแสนถูกอย่างที่หาซื้อในคุณภาพและราคาแบบนี้ไม่ได้ พร้อมกับตะเกียงเทียนหอมรูปทรงแปลก แต่น่าเสียดายที่พอกลับมาถึงบ้าน หูตะเกียงแตก คงเพราะว่าโดนกระแทกในรถ ก็อย่างว่า หนึ่งดอล จะเอาอะไรกับแพคเกจดีดีล่ะ หลังจากนั้นก็เดินเข้าร้านที่สอง ร้านนี้มีของหลากหลายมาก เดินไปเดินมาก็ไปสะดุดตากับ จะเรียกว่าอะไรดี โต๊ะแล้วกัน สวยมาก ในสายตาของเราเป็นงานไม้สีน้ำตาล แกะสลักรูปทรงนูนสูงด้านหน้า ถึงจะเก่าแต่ก็ดูสวยงามดี ในราคา แปด ดอลลาร์ เราไม่รอช้า รีบเดินไปจ่ายเงิน เพราะเห็นเฟอร์นิเจอร์หลายชิ้นติดป้ายว่าขายไปแล้ว ขนขายผู้หญิงที่ดูตัวค่อนข้างใหญ่ ก็ยกโต๊ะตัวนั้นมาใส่ในเดอะบั๊กให้ด้วยท่าทางทะมัดทแมงหลังจากนั้นก็ขับรถกลับบ้านอย่างมีความสุข พร้อมกับของสี่ ห้าชิ้น ติดมือกลับมาด้วย รู้สึกสุขใจ เหมือนได้เติมเต็มบางอย่างในหัวใจ กลับมานั่งทำงานเพ้นท์ที่จะต้องนำไปขายในอีกสองวันข้างหน้าชีวิตมักมีอะไรที่บางทีเราก็ไม่ได้คาดเดาได้เสมอไป
เรืองระวี เอี่ยมประชา
sunshine
edit @ 2006/09/08 01:59:28
edit @ 2006/09/08 03:20:56
edit @ 2006/09/08 03:23:30
edit @ 2006/09/08 03:29:17
edit @ 2006/09/08 03:37:32
edit @ 2006/09/08 03:38:13
edit @ 2006/09/08 03:42:06
edit @ 2006/09/08 03:51:09